1.ในกรณีที่ผู้ใช้ต้องการออกแบบทีม (หน้าตาของเว็บ) เอง จะต้องใช้ความรู้มากกว่าปรกติ เนื้องจาก CMS มีหลายๆระบบมารวมกันทำให้เกิดความยุ่งยาก สำหรับผู้ที่ไม่มีความรู้
2.ผู้ใช้จะต้องศึกษาระบบ CMS ที่ผู้พัฒนาสร้างขึ้นมา เช่นจะต้องใส่ข้อความลงตรงไหน จะต้องแทรกภาพอย่างไร ซึ่งจะลำบากเพียงแค่ช่วงแรกเท่านั้น
3.ในการใช้งานจริงนั้นจะมีความยุ่งยากในการ set up ครั้งแรกกับ web server แต่ปัจจุบันก็มีผู้บริการ web server มากมายที่เสนอลงและ set up ระบบ CMS ให้ฟรีๆโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
เมื่อรวมๆข้อดีและข้อเสียดูแล้ว ก็ยังเห็นได้ว่า CMS นั้นก็เป็นระบบที่น่าใช้งานอยู่ดี
อีกพื้นฐานที่ขาดไม่ได้คือความรู้เรื่อง User Experience (UX) คือ ความพึงพอใจของผู้ใช้ที่มีต่อระบบ และก็ User Interface (UI) คือ การออกแบบอินเตอร์เฟซ หน้าตาเว็บ ซึ่งในโลกปัจจุบันนี้ Developer ทุกคนควรจะตระหนักถึงการทำเว็บให้ผู้ใช้ สามารถใช้งานได้ง่าย ไม่สับสน แน่เว็บที่ทำออกมาจะเข้าใจได้ง่ายขึ้นครับ
สำหรับบทความนี้ ผมอยากมาแนะนำสำหรับน้อง ๆ ที่สนใจอยากมาเป็น Web Developer เพื่อที่จะทำให้ตัวน้อง ๆ สามารถเริ่มทำงานได้แบบไม่ต้องอายใคร และงานที่ทำออกมามีคุณภาพมากที่สุด ไม่ว่าจะมีพื้นฐานมากน้อยแค่ไหน อย่างน้อยถ้าเราพอรู้ว่ามันคืออะไร แค่นี้ก็เกินพอแล้วครับ เอาเป็นว่าเรามาดูกันดีกว่าว่าควรจะมีพื้นฐานอะไรบ้าง สำหรับ Web Devloper ที่จะต้องมี สำหรับใครที่ได้เรียนสาย Software Engineer มาก็คงคุ้นหน้าคุ้นตากับคำว่า HTML แน่นอน แต่บางคนก็ไม่รู้ว่ามันคืออะไรบ้าง อย่างน้อยขอแค่รู้ว่า Tag แต่ละส่วนมันคืออะไร อะไรคือ Div อะไรคือ P และ Best Pactice ที่ดีเพื่อทำให้ HTML Tag ที่เราเขียนดูเข้าใจง่าย และถูกต้องตามหลัก W3C ในโลกปัจจุบันนี้ (2016) คงจะหนีพ้นโลก JavaScript ไม่ได้ ที่ Developer หลายคนหันมาสนใจไม่ว่าจะเป็น Node.js, ReactJS, Angular, Vue.js และอื่น ๆ อีกมากมาย หากน้อง ๆ คนไหนสนใจอยากเขียนเว็บให้เก่ง อยากเติบโตในสายงาน Developer แนะนำพื้นฐาน JavaScript ควรจะต้องมีให้เยอะเลยครับ สำหรับ Functional programming น่าจะเป็นอีกสิ่งที่กำลังมาแรงในปีนี้ คือเราจะเปลี่ยนจากการเขียนโค้ดแบบ OOP มาใช้ pure function แทน ซึ่งจะเน้นการใช้มันซ้ำ ๆ แล้วก็ไม่ไปเปลี่ยนแปลง State อะไรทำนองนี้ครับ
Cupiditate a nesciunt enim repudiandae vero eos placeat enim. Et iure rem itaque aspernatur. Consequatur numquam quos consequatur architecto quo rem qui. Dolorem amet unde cumque quas.
คุณกำลังหาวิธีที่จะประสบความสำเร็จกับสายงานด้าน Web Development อยู่ใช่ไหม? ลองอ่านบทความนี้ดูสิ!
หากคุณกำลังจะเรียนจบหรือวางแผนที่จะเปลี่ยนสายอาชีพมาทางด้าน Website Development แล้วล่ะก็ คุณคงกำลังสงสัยว่าจะเลือกไปทำงานด้าน front-end, back-end หรือ full-stack development ดี ซึ่งบทความด้านล่างนี้จะช่วยให้คุณตัดสินใจเลือกที่หนึ่งในใจคุณได้อย่างแน่นอน
Front-end Development:
งานที่เกี่ยวกับ Front-end Development มักจะใช้ HTML (หรือ HyperText Markup Language) CSS (หรือ Cascading Style Sheets) และ JavaScripts.
หน้าที่ในส่วนของ Front-end Development มักจะเกี่ยวข้องกับส่วนของเว็บไซต์ที่มีการโต้ตอบกับผู้ใช้หรือ user โดยที่นักพัฒนาหรือ developer จะต้องดูแลส่วนที่ซับซ้อนแต่สร้างสรรค์ ไม่ว่าจะเป็นส่วนต่อประสานกับผู้ใช้ (User Interface หรือ UI) ประสบการณ์ของผู้ใช้งาน (User Experience หรือ UX) และการเข้าถึงเว็บไซต์
Back-end Development:
งานในส่วนของ Back-end Development จะมีการพัฒนาด้านเซิร์ฟเวอร์พร้อมกับฐานข้อมูลและการใช้ตรรกะที่ซับซ้อนอื่นๆ โดยนักพัฒนา หรือ developer จะต้องทำงานร่วมกับภาษาโปรแกรมมิ่งต่างๆ ทางด้านเซิร์ฟเวอร์ เช่น PHP (Hypertext Preprocessor) หรือ .net
Full-stack Development:
นักพัฒนาด้าน Full-stack หรือ Full-stack Developers จะทำงานในส่วนของเทคโนโลยีของทั้งด้าน Front-end และ Back-end ซึ่งโดยท้ายที่สุดแล้ว การเป็นผู้เชี่ยวชาญในการพัฒนา Full-stack จะเป็นเป้าหมายสุดท้ายของทุกคนที่เริ่มต้นอาชีพในสายเทคโนโลยีด้าน Website Development
Beatae laborum ea quidem. Tenetur vel soluta eos recusandae. Vero repellendus dolor officiis. Ut aut et eos omnis quas sed dolorum.
Web Developer คือ ผู้ที่มีหน้าที่ในการพัฒนาระบบ อาจจะมองได้ในส่วนของการ Research การค้นคว้าวิจัย เทคโนโลยี่ใหม่ ๆ ในการประมวลผลเว็บไซต์ ส่วน Web Programmer คือผู้ที่มีความเชี่ยวชาญในด้านการเขียนโปรแกรมทางคอมพิวเตอร์ ซึ่งมีความสามารถเฉพาะทางเพิ่มเติมในด้านการจัดทำเว็บไซต์ด้วย
ทั้งนี้ในส่วนของงานที่เกี่ยวข้อง ยังมี Web Designer คือผู้ที่ทำงานด้านการออกแบบ งานกราฟฟิค การออกแบบเว็บไซต์ ให้ตรงความต้องการ ตอบสนองความต้องการในการใช้งาน โดยงานส่วนนี้ก็เปรียบได้เหมือนกับ มัณฑนากร ที่มีหน้าที่ออกแบบตกแต่งภายในร้านค้าให้มีความสวยงามนั่นเอง
ในส่วนของ Web Developer และ Web Programmer ก็เทียบได้กับ ทีมวิศวกร เขียนแบบ การดำเนินการก่อสร้างอาคาร ร้านค้าต่าง ๆ ทั้งนี้ในด้านการดูแลเว็บไซต์ ก็จะต้องมีผู้ที่ทำหน้าที่ดูแลเว็บไซต์ ที่เรียกว่า Web Master อีกด้วย โดย Web Master ก็จะเปรียบได้กับผู้จัดการร้านค้า หรือ บริษัทนั่นเอง
Consequuntur porro delectus ducimus ut. Sunt qui necessitatibus a adipisci dolor accusantium excepturi tempore.